0843831756 เบอร์นี้อย่ารับ

posted on 08 Oct 2011 12:53 by saacsos
สวัสดีครับ ห่างหายไปนานสำหรับ exteen blog
เพราะขี้เกียจพิมพ์ ฮ่าๆๆ
 
มาคราวนี้ เพิ่งวางสายไปสดๆ ร้อนๆ
มีโทรศัพท์เข้ามา หมายเลข 084 383 1756
เป็นเสียงผู้หญิง อ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของ AIS โทรมาแจ้งว่า
"หมายเลขของคุณเป็น 1 ใน 40 หมายเลขผู้โชคดี ได้รับสิทธิพิเศษ ... "
แล้วก็อะไรไม่รู้จนพูดจบ แล้วเธอก็บอกว่า "ฮัลโหล ได้ยินไหมคะ"
มาแนวนี้ ก็กดวางสายไป ฮ่าๆ
 
ไปสืบค้นข้อมูลในอินเตอร์เน็ต ก็พบ Facebook ของ 12Call
มีผู้ที่แจ้งไว้เหมือนกันเมื่อ 21 สิงหาคม ตามไปอ่านที่นี่เลยครับ
ทาง Page 12Call ก็ Comment ไว้ว่า
"หากเป็นทางเอไอเอส จะติดต่อด้วยหมายเลข 022719000 หรือ 1175 นะคะ
สำหรับ ปัญหาที่คุณพบนั้น ดิฉันยินดีประสานงานร้องเรียน ให้นะคะ
ติดต่อผ่าน *137 ได้ฟรีจากหมายเลขในระบบเอไอเอสนะคะ"
 
เมื่อสองปีที่แล้ว ก็เคยอัพเกี่ยวกับหมายเลขโทรศัพท์เข้าข่ายโรคจิตมาแล้ว
คือหมายเลข 02776226583 แต่มาคราวนี้ 084 383 1756 เข้าข่ายมิจฉาชีพนะครับ
 
ยิ่งกังวลกับปัญหาน้ำท่วมอยู่ มาเล่นอะไรแบบนี้อีก
คนที่ไม่พูดอะไร ไม่ใช่ไม่มีปัญหา
คนที่พูดออกมา ก็ใช่ว่าจะเป็นปัญหาของเขา
อยากจะรู้ทำไม เมื่อไม่ใช่ปัญหาของเรา
ไปรู้เรื่องของเขา แล้วเราจะได้อะไร
อยากจะแก้ให้เขา ตัวเราก็ใช่เรื่อง
อยากจะสิ้นเปลือง แต่มันเรื่องของเราที่ไหน
ระวังให้ดี ความหวังดีที่ส่งออกไป
ระวังเอาไว้ ความหวังดีที่โลกไม่ต้องการ
ปัญหาของเขา เขาก็มีทางแก้
ไม่ได้ยอมแพ้ ไม่ต้องให้ใครมาหาร
ตัวเราเองสิ กินข้าวยังไม่เกลี้ยงจาน
จะไปสืบสาน ส่งเสริมเพิ่มเติมอะไร
 
ไปเจอมาในบล็อกเก่าของตัวเอง ก็เอามาแปะไว้เฉยๆ

ปัญหาของนักสืบ

posted on 19 Dec 2010 21:32 by saacsos  in Quiz
 
นักสืบคนหนึ่งไปถามนายดำว่า "นายขาวเป็นคนอย่างไร"
นายดำบอกว่า "นายขาวโกหกเสมอ"

เมื่อมาถามนายขาวว่า "นายดำเป็นคนอย่างไร"
นายขาวบอกว่า "นายดำพูดจริงเสมอ"

นักสืบจะสรุปอย่างไรว่าใครโกหก ใครพูดจริง

หลังจากห่างหายไปจาก exteen blog ไปนาน
เพราะมัวแต่ไปหลงอยู่กับอะไรที่ไร้สาระไปวันๆ
และที่เคร่งเครียดเกินไปวันๆ
ก็เลยอยากกลับมาเขียนอะไรบางอย่างบันทึกไว้หน่อย
 
เรื่องมีอยู่ว่า ในค่ำคืนที่ไม่รู้จะทำอะไร (ก็คืนนี้นั่นแหละ)
ก็ได้เปิดหน้าเว็บไปเรื่อย เพื่อจะหาอะไรอ่าน
ก็ไปพบกับเรื่องของปฏิทรรศน์ (Paradox)
 
ก็มีประโยคที่น่าสนใจ เลยยกมาหนึ่งประโยค
ก็คือ ปัญหาของนักสืบ ที่กล่าวไว้ตอนต้นนั่นเอง
 
เรามาลองวิเคราะห์ปฏิทรรศน์นี้ร่วมกันนะครับ ^^
 
หากนักสืบเชื่อตามนายดำ ว่านายขาวโกหกเสมอ
ดังนั้นประโยคที่นายขาวโกหกออกมาว่า นายดำพูดจริงเสมอ ก็แสดงว่า ความจริงแล้ว นายดำพูดโกหก
ดังนั้น ที่นายดำกล่าวว่า นายขาวโกหกเสมอ ต้องไม่เป็นความจริง นั่นคือ นายขาวพูดความจริง
ทำให้เกิดข้อขัดแย้งขึ้น
 
หากนักสืบเชื่อตามนายขาว ว่า นายดำพูดจริงเสมอ
แต่นายดำบอกว่า นายขาวโกหกเสมอ แสดงว่า คำพูดนายขาวที่ว่า นายดำพูดจริงเสมอ นั้นไม่ถูกต้อง
ก็ย่อมเกิดข้อขัดแย้งขึ้นอีก

แล้วจะสรุปได้อย่างไรล่ะเนี่ย
 
ในชีวิตจริง มีปฏิทรรศน์อยู่รอบตัวมากมาย
ฟังดูเหมือนเป็นประโยคที่จะหาคำตอบไม่ได้ เพราะมันขัดแย้งในตัวมันเอง
แต่เราอาจจะลืมอะไรบางอย่างที่เคยเรียนมาแล้ว
และง่ายแสนง่าย
 
ประพจน์ ถ้า p แล้ว q (p -> q) จะเป็นเท็จกรณีเดียว คือ เมื่อ p เป็นจริง และ q เป็นเท็จ
หลายๆคนอาจจะท่องอยู่แค่นี้
แต่สิ่งที่ซ่อนอยู่คือ ไม่ว่า q จะเป็นจริงหรือเท็จ หาก p เป็นเท็จแล้ว ประพจน์ ถ้า p แล้ว q จะเป็นจริงเสมอ
 
นั่นแปลว่า หากเราไม่ใช้วิจารณญาณดีๆ เชื่อว่าสมมติฐานนั้นเป็นจริงเสมอ
ก็จะหลงกลอย่างง่ายดาย และเชื่อว่าเหตุและผลโดยรวมนั้น สมเหตุสมผลแล้ว
ทั้งๆที่สมมติฐานนั้นเป็นเท็จ
 
เมื่อวิเคราะห์ในอีกมุมหนึ่ง ถ้านายดำ และนายขาวพูดเท็จ
นั่นคือ นายขาว ไม่ได้โกหกเสมอ หรือ นายขาว โกหกบ้าง พูดจริงบ้าง
และ นายดำ ไม่ได้พูดจริงเสมอ หรือ นายดำ พูดจริงบ้าง โกหกบ้าง
(มาถึงตรงนี้ ก็อาจจะยังงงอยู่ดี 555)

เหมือนกับในชีวิตจริง
เราเจอคนมากหน้าหลายตา ร้อยพ่อพันแม่
เราไม่มีทางรู้ได้เลยว่า เขาเป็นคนซื่อสัตย์อย่างสุดซึ้ง
หรือล้อเล่นกันแค่ขำๆ หรือเป็นอาชญากรโดยกำเนิด
หรือกำลังโฆษณาชวนเชื่อ หลอกให้ตายใจ
หรือกำลังพูดให้เราสบายใจ โดยปิดบังความจริงบางส่วนไว้ บอกมาไม่หมด
 
และหลายครั้ง ที่เราก็รับฟังแล้วไม่ได้คิดอะไร
มีหลายครั้งที่เราเก็บมาไตร่ตรองจนมากเกินไป
อีกหลายครั้ง ที่เราเชื่อ เพราะเราไว้ใจ
 
ในชีวิตของคนทุกคน
ต้องเจอกับคนมากมาย นับไม่ถ้วน
ย่อมต้องมีคนอิจฉาริษยา
และคนที่เป็นห่วงเป็นใยเรา
อาจจะมีคำโกหกที่หลงเชื่อกันมานาน หรือมีความจริงพูดไปก็ไม่มีใครสนใจ
 
แต่มีคนคนหนึ่งที่คุณควรจะรู้จักกับเขาให้ดีที่สุด
ต้องรู้ว่าเขาคนนั้น กำลังโกหก หรือพูดจริง
เขาคนนั้นก็อยู่ไม่ไกลคุณ ลองมองตรงหน้ากระจกสิ

พิมพ์ไปก็งงเองนะว่า พิมพ์ถูก พิมพ์ผิดหรือเปล่า

[0056]เวลา

posted on 30 Aug 2010 16:41 by saacsos

นานแล้วนะ ที่ไม่ได้มาเขียนบล็อกในนี้
ยังจำได้ว่า ทำไมถึงต้องมาเขียนบล็อก
ก็เพราะเป็นงานหนึ่ง ในวิชาหนึ่ง

อาจารย์ให้เขียนบล็อกเกี่ยวกับความดีที่ทำในแต่ละวัน
ให้ทุกวัน จนจบวิชานั้น จะได้คะแนน 5%

ช่วงนั้นก็เริ่มจากเขียนทุกวัน วันเว้นวัน ก็ไปตามประสา

หนึ่งปีผ่านไป หลังจากจบวิชานั้น
ก็ได้เป็น TA วิชานั้น
แอบดูคะแนนเก่าของตัวเอง ปรากฏว่า
ไม่เห็นจะมีคะแนนส่วนนี้เลย 5555

 


เข้าเรื่องของเวลา (จะเริ่มยังไงดี)

 

เรื่องนี้เคยดูผ่านรายการโทรทัศน์รายการหนึ่ง ออกอากาศทางโทรทัศน์ช่องหนึ่ง เมื่อนานมาแล้ว
เป็นเรื่องของเด็กผู้ชายคนหนึ่ง ถ้าเดาไม่ผิด อายุก็ราวๆมัธยมต้น (กี่ขวบหว่า ผ่านวัยนั้นมาพอสมควรแล้ว 555)

เด็กชายคนนี้มีโรคประจำตัว เป็นโรคหอบหืด

วันหนึ่ง เด็กชายคนนี้กลับบ้านดึก เพราะกิจกรรมบางอย่าง
จึงโทรศัพท์หาคุณพ่อ ที่ตู้โทรศัพท์สาธารณะ (ตอนที่เปิดมาดู ก็ช่วงนี้แล้ว >< )
วันนั้น เด็กชายคนนั้นไม่ได้นำยาติดตัวมาด้วย 
เวลานั้นไม่มีฝน ในขณะที่รอคุณพ่อ ซึ่งไม่มาสักที
อากาศก็ทรุดหนักลงเรื่อยๆ จนกระทั่งหมดสติไป

 ...............................................

ทางด้านคุณพ่อ ที่เป็นห่วงลูกชาย ก็ขับรถยนต์ออกไปหาทันที
พร้อมกับนำยาของลูกชายมาด้วย

แต่เมื่อมาถึงสี่แยกที่มีสัญญาณไฟจราจร
ขวดยาที่อยู่หน้ารถ กลิ้งตกลงไปบนพื้นรถ 

ถนนในเวลานั้น ไม่มีรถอยู่ด้านหน้า
สัญญาณไฟจราจรฝั่งคุณพ่อ เป็นสีเขียว
คุณพ่อก้มลงไปเก็บ โดยที่ยังเหยียบคันเร่งอยู่
รถยนต์เคลื่อนไปด้วยความเร็วสม่ำเสมอ

หลังจากเก็บขวดยาได้ คุณพ่อจึงกลับมาที่พวงมาลัยอีกครั้ง
สัญญาณไฟยังสีเขียวอยู่
แต่ยังไม่ทันที่จะจับพวงมาลัยรถ ก็มีจักรยานยนต์วิ่งตัดหน้า
คุณพ่อเบรคกะทันหัน ศีรษะฟาดพวงมาลัย แล้วก็สลบไป

................................................... 

ชายหนุ่มคนหนึ่ง เพิ่งได้งานทำเป็นช่างภาพของนิตยสารแห่งหนึ่งได้ไม่นาน 
ก็เริ่มรู้สึกว่า ความสุขในชีวิตของเขา หายไป
เขาต้องทำงาน เลิกดึกทุกวัน 
จะกลับไปหาแฟนเร็วๆ สวีทหวานแหววกับแฟนนานๆ เหมือนแต่ก่อน ก็ยากขึ้น

วันนี้ก็เช่นกัน ต้องรีบแก้รูปที่เพิ่งได้มา
ที่สำคัญ นัดกับแฟนไว้ด้วยสิ
ในที่สุดก็เสร็จสักที นี่ก็เกือบจะได้เวลานัดแล้ว

ช่างภาพคนนั้น รีบจัดของเก็บ เตรียมไปร้านอาหารที่นัดแฟนไว้
แต่ก็ดีไปอย่าง ช่วงเวลานี้ รถไม่ค่อยมีแล้ว
ซิ่งมอเตอร์ไซค์ได้สบายใจ ไม่ต้องกังวลว่าจะต้องแทรกไปกลางฝูงรถยนต์ยังไง 

ข้างหน้าไปสี่แยก ไฟเป็นสีแดง
มองซ้ายมองขวา รถก็ไม่เห็นมีสักคัน
รีบไปเลยดีกว่า คนกำลังรีบ

เอี้ยด...... เสียงเบรกดังลั่น
ช่างภาพหลุดจากเบาะมอเตอร์ไซค์
ดินเนอร์คืนนี้ก็ทำได้แค่ฝันไป

...........................................................

ช่างภาพตื่นขึ้นมาบนเตียงโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง
เขาสลบไปหนึ่งคืน แต่อาการไม่หนักมาก
เมื่อฟื้นได้ ก็กลับบ้านได้ทันที

แฟนสาวที่รออยู่ที่ห้อง รู้สึกโกรธที่ชายหนุ่มไม่มาตามนัด
ก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ โดยไม่ได้ดูอะไรเลย
สุดท้ายก็เลิกกัน (ง่ายไปไหม)

ช่างภาพคิดแต่เพียงว่า ซวยชิบหาย อุตส่าห์รีบมาแท้ๆ
เจ็บขนาดนี้ ไม่เป็นห่วงกันบ้างเลย
แต่ช่างมัน ไม่ตายก็หาใหม่ได้
ผู้หญิงงี่เง่า ไม่มีเหตุผล จะไปตายที่ไหนก็ไป

คืนนี้เขานอนเอาแรง พรุ่งนี้ต้องรีบไปทำงาน
หายไปวันนึง จะโดดตัดเงินเดือนไหมนะ

.......................................................

RRRRRRR
RRRRRRR
ฮัลโหล... ครับ... ออกจากโรงพยาบาลแล้วครับ
หา! ครับๆ ผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้ 

ตายล่ะ สิบเอ็ดโมงแล้ว
เมื่อเช้าก็ตั้งนาฬิกาปลุกนี่
ไม่มีเวลาคิดแล้ว รีบไปอาบน้ำแต่งตัวดีกว่า

.......................................................

RRRRRRR
RRRRRRR

ฮัลโหล... โทรมาทำไมแต่เช้าเนี่ย
หา! บ่ายแล้วเหรอ นาฬิกายังไม่ปลุกเลยนะ
ตายแล้วๆๆ เดี๋ยวรีบไปครับพี่

.....................................................

"เป็นอย่างนี้มาสัปดาห์นึงแล้วนะ ตกลงว่าคุณยังอยากจะทำงานอยู่หรือเปล่า"
ช่างภาพถูกเรียกตัวเข้าพบหัวหน้า หลังจากที่มาทำงานสายทุกวัน
คราวหน้าผมจะปรับปรุงตัวครับ 

.....................................................

เป็นอะไรวะเนี่ย คืนนี้นอนตั้งแต่หกโมงเย็นนี่แหละ
ให้มันรู้ไปว่าพรุ่งนี้จะตื่นเช้าไม่ได้

....................................................

สายป่านนี้แล้ว ยังไม่มาอีก
วันนี้คุณไปทำแทนเขาละกัน

 ..........................................

หัวหน้าครับ  วันนี้ก็ไม่มาอีกแล้วครับ

เอ๊ะ หรือจะออกแล้วจริงๆ

...........................................

เพิ่งเจ็ดโมงเช้าเอง ฮ่าๆ วันนี้ไปก่อนเวลาเข้างานอีก
ทุกคนหันมามองอะไรกัน

อ้าว คุณ มาทำอะไรอีกเนี่ย
หายหน้าไปสองวัน ยังจะมาทำงานอีกเหรอ

สองวันอะไรครับหัวหน้า เมื่อวานผมนอนตั้งแต่หกโมงเย็นแล้วนะ 
แล้วก็ตื่นหกโมงเช้า ผมนอนไปสิบสองชั่วโมงเต็มๆ

คุณจะล้อเล่นผมเหรอ คุณหายหัวไปหกสิบชั่วโมง
ไม่มีการติดต่อกลับมา ผมคงไม่เอาคนอย่างคุณไว้หรอก

ไม่จริงน่ะ ผมนอนไปสองวันเต็มๆเลยเหรอเนี่ย

ทำไมกัน

......................................................

ช่างภาพออกตามหาความจริง ว่าเกิดอะไรกับเขากันแน่ 

เขากลับไปหาหมอที่โรงพยาบาล เพื่อตรวจอาการของเขาก่อน
แต่ก็ไม่มีสิ่งผิดปกติใดๆ กับสมอง และระบบประสาท
คุณหมอแนะนำให้เขานอนพักที่โรงพยาบาลหนึ่งคืน

และนั่นทำให้เขาได้รู้ความจริง

เช้าวันนั้นพยาบาลมาเรียกเขาเท่าไหร่ก็ไม่ตื่น
อาการเหมือนคนนอนหลับธรรมดา ปกติทุกอย่าง
แต่สามวันต่อมา เขาก็ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง 

คุณหมอไม่เคยเจอเคสนี้ จึงขอให้อยู่ดูอาการอีกครั้ง
และคราวนี้เขาหลับไปอีกหนึ่งสัปดาห์

---------------------------------------------------------

กลางดึกคืนหนึ่ง เขาตื่นขึ้นมาในโรงพยาบาล
และเดินออกไปที่ห้องน้ำ ก็พบเด็กชายคนหนึ่ง 
ภาพความจริงทุกอย่างก็เข้ามาในหัว

ทุกครั้งที่เขาหลับ เด็กชายคนนี้จะคอยขโมยเวลาของเขาไป


อ่านมาถึงบรรทัดนี้ จะเข้าใจกันหรือเปล่าก็ไม่รู้ 555
ห่างจากการเขียนเล่าเรื่องราวมานาน 555
แถมยังเขียนคาไว้เป็นสัปดาห์ - -' (ในที่สุดก็เสร็จสักที ยังไม่ได้ตรวจทานด้วย 555)

เอาเป็นว่า เวลาของเราทุกคน ในหนึ่งวัน มีเท่ากันหมด
เวลา ของใคร ของมัน แต่ก็ไม่เสมอไป
หากเราไปเบียดเบียนเวลาคนอื่น
ก็จงเตรียมใจ เมื่อเขามาเอาเวลาคืน

edit @ 7 Sep 2010 15:27:38 by ..รอยแมลง..